วงการเพลงอังกฤษหวั่น Brexit ทำศิลปินยกเลิกทัวร์ เหตุค่าวีซ่าแพงขึ้น

บุคลากรในอุตสาหกรรมเพลงของอังกฤษออกโรงเตือนรัฐบาลว่า ข้อตกลงทางการค้าของ Brexit ที่นำไปสู่อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าที่สูงขึ้นและกฎระเบียบที่เต็มไปด้วยพิธีรีตอง อาจส่งผลให้ศิลปินต้องยกเลิกการทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป ขณะเดียวกัน ศิลปินในอังกฤษก็ต้องพยายามอย่างมากในการออกทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU)

ความกังวลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อาชีพนักดนตรีถูกคัดออกจากรายการของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในสหภาพยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่า ภายใต้ข้อตกลง Brexit อันเข้มงวดของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา

วงดนตรีที่มีสมาชิก 6 คน วงหนึ่ง พยายามอย่างยิ่งที่จะลดค่าใช้จ่ายในการทัวร์คอนเสิร์ต 3 ประเทศ ทว่ากลับต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่มเติมถึง 1,800 ปอนด์

เจมี นโยคู-กู๊ดวิน ผู้บริหาร UK Music เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนข้อตกลงนี้อีกครั้ง พร้อมเตือนว่า ค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่มเติมและกฎระเบียบที่วุ่นวายอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ วงดนตรีของสหราชอาณาจักรเองก็อาจจะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายจากระเบียบเหล่านี้ได้ จนทำให้การทัวร์คอนเสิร์ตล่าช้าออกไป

“หากนักดนตรีและผู้สร้างสรรค์คนอื่นๆ จากต่างประเทศต้องเผชิญกับอุปสรรคเหล่านี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าสู่สหราชอาณาจักร ผู้ชมก็จะอดชมการแสดงที่พวกเขาชื่นชอบ” นโยคู-กู๊ดวินกล่าว

เอลลี ไจล์ส ผู้ก่อตั้ง Step Music Management กล่าวว่าทางวงจะสามารถทำรายได้เพียง 500 ปอนด์ จากการทัวร์คอนเสิร์ตระยะสั้นในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป

นับตั้งแต่เดือนมกราคม เมื่อการเดินทางได้อย่างอิสระสิ้นสุดลง ผู้ใดก็ตามที่อยู่ในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ต้องการจัดการแสดงในสหราชอาณาจักรต้องทำวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมสูง โดยต้องแสดงหลักฐานเงินฝากและมีเอกสารรับรองการเป็นสปอนเซอร์จากผู้จัดงาน ซึ่งเพิ่มภาระด้านเอกสารให้กับศิลปิน

อย่างไรก็ตาม สมาคมนักดนตรีได้เสนอทางเลือกให้เปิดวีซ่าเข้าออกหลายครั้งเป็นเวลา 2 ปี ทว่าข้อเสนอถูกตีตกไป

นโยคู-กู๊ดวิน ระบุว่า รัฐบาลต้องรักษาสัญญาและสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีกำแพงสำหรับการทำงานของนักดนตรีอังกฤษและการทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป ซึ่งเขาคาดหวังว่าจะเห็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเร่งด่วนจากรัฐบาลนี้

ความเห็นถูกปิด