ภัยสังคม หนุ่มเตะยายวัย 76 สลบคาถนน เลือดคั่งในสมอง อ้างหน้าเหมือนโจทก์เก่า

หนุ่มขี้เมาเตะยายวัย 76 ที่เดินสวนกัน จนล้มทั้งยืน เลือดคั่งในสมอง อ้างหน้าเหมือนโจทก์เก่าที่เคยด่า จำไม่ได้เตะไปกี่ที

เพจ “สายไหมต้องรอด” โพสต์คลิปและข้อความ …“#เมื่อเช้านี้ เกิดเหตุคนร้าย เป็นชายวัยกลางคน ทำร้ายคุณยายอนงค์ อายุ 76 ปี ขณะเดินอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 50 เขตบางเขน คุณยายกำลังจะเข้าบ้าน คนร้ายเดินผ่านมาใช้เท้าเตะเข้าที่หน้า จนคุณยายล้มลงหัวฟาดพื้นหมดสติ ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ภูมิพล คุณหมอตรวจพบว่ามีเลือดคั่งในสมอง

เคสนี้ พี่เอกภพ บอกว่า..เฮียแบบนี้ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ จะบ้าจริง แกล้งบ้าหรือหลอนยา ก็ต้องถูกดำเนินคดี วันพรุ่งนี้ 10.00 น.พี่เอก จะพาญาติคุณยายไปแจ้งความที่ สน.บางเขน ค่ะ”

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดพา นางธนพร อายุ 54 ปี ลูกสาวของผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ

พ.ต.ท.สราวุธ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย 1 รายก่อเหตุ อาละวาด และ ทำร้ายร่างกาย ประชาชน ทางตำรวจสายตรวจจึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อต่อมา คือ นายพงษ์สันต์ อายุ 28 ปี เป็นบุคคลเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ขณะควบคุมตัวและสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุยังให้การวกวน พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเมา และยังอยู่ในกระบวนการตรวจสารเสพติดในร่างกาย ก่อนคุมตัวส่งฝากขังศาลอาญารัชดาในวันนี้

พ.ต.ท.สราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางตำรวจได้รับแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ทราบชื่อ คือ นางอนงค์ อายุ 76 ปี มีบาดแผลที่หัวคิ้วซ้ายแตก , กะโหลกศีรษะด้านหลังบวมปูด นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพล และเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฎในคลิปกล้องวงจรปิดอีกด้วย นอกจากนี้ตำรวจเคยได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเมาสุราอาละวาดทำลายตู้เอทีเอ็มมาก่อน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่

ด้าน นายเอกภพ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นภัยสังคม ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเมายาบ้า หรือ แกล้งบ้า ก็ต้องดำเนินคดีให้เฉียบขาด เพราะหากปล่อยไว้อาจมีการใช้ความรุนแรงกับผู้บริสุทธิ์มากกว่านี้ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าผู้ก่อเหตุอาจมีอาการจากการเสพยาเสพติด และหลอนยา ต้องให้ตำรวจตรวจหาสารเสพติดให้แน่ชัด สำหรับในปัจจุบันมีบุคคลประเภทนี้เยอะ หากจับแล้วก็อยากให้ดำเนินคดีตามข้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

ด้าน นางธนพร อายุ 54 ปี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บคือแม่ของตน ปกติแม่จะพักอาศัยอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์ ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพียงลำพัง โดยตนจะมาเยี่ยมสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากมีบ้านอยู่ที่คลอง 11 จ.ปทุมธานี หลังจากรู้ข่าวขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมแม่ได้ จึงไม่ทราบว่าอาการปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

นางชูศรี อายุ 57 ปี คนดูแลอะพาร์ตเมนต์  เปิดเผยว่า นางอนงค์พักอยู่ที่ชั้นสี่ และเวลาจะออกไปไหนก็จะมาบอกเสมอ ในวันเกิดเหตุนางอนงค์ ไม่ได้บอกว่าออกไปไหน จนกระทั่งชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงวิ่งเข้ามาบอกว่า นางอนงค์ถูกคนบ้าทำร้ายร่างกาย จึงรีบออกไปดูก็เห็นผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ริมทางเดินในลักษณะเหม่อลอย และไม่ทราบว่าถูกทำร้ายร่างกายได้อย่างไร ด้วยอาวุธอะไร ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

นางชูศรี กล่าวอีกว่า หลังจากตำรวจจับชายคนดังกล่าวได้ ก็มีโอกาสได้เจอผู้ก่อเหตุ โดยชายคนนี้มักจะเดินผ่านย่านนี้เป็นประจำ และไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน ทราบแค่เป็นคนสติไม่ดี มีลักษณะคล้ายคนเมายาเสพติดมากกว่าเมาสุรา อย่างไรก็ตาม เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเปลี่ยว ในเวลากลางคืนจะไม่มีใครเดินผ่าน ซึ่งเมื่อหลายปีที่แล้วเคยมีหญิงสาวถูกคนร้ายกระชากกระเป๋าอีกด้วย

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ควบคุมตัวนายพงษ์สันต์ หรือ บิ๊ก อายุ 28 ปี ผู้ก่อเหตุ หลังก่อเหตุได้ไม่นาน โดยพบเดินไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเมาสุราก่อความเดือดร้อนรำคาญไว้ก่อนแล้ว

 

จากการสอบสวนนายพงษ์สันต์ ที่ยังอยู่ในอาการมึนเมา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุดื่มเหล้า 40 ดีกรีมา 1 กั๊ก แล้วเดินสวนกับยายซึ่งหน้าตาคล้ายโจทก์เก่าที่เคยด่าทอต่อว่าตนเองทำนองไม่ทำงานหากิน จึงเดินไปหาเพื่อขอเงินแต่ยายไม่ให้เลยก่อเหตุ จำไม่ได้เตะไปกี่ครั้ง และไม่เคยรู้จักมาก่อน ที่ผ่านมาเคยเข้าบำบัดยาเสพติดแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 4 เดือน และก่อนที่จะโดนจับเพิ่งเสพยาบ้ามา 3 เม็ด จึงเกิดอาการหลอนขึ้น และเมื่อสอบถามว่าทำไมเดินผ่านมาหลายคนจึงไม่ทำร้ายคนอื่น ทางผู้ก่อเหตุตอบว่า “ถึงคิวป้าแกพอดี”

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาเมาสุรา และ แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเพิ่มเติม หลังจากนี้จะต้องรอผลตรวจร่างกายของผู้บาดเจ็บว่าจะสามารถเพิ่มโทษได้หรือไม่ ก่อนคุมตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านอาการของผู้บาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอนงค์รู้สึกตัวดี อาการปลอดภัยแล้ว และพูดจาได้ดีขึ้น โดยบ่นว่าอยากกลับบ้าน อย่างไรก็ตามทางญาติจะย้ายตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะต่อไป

ความเห็นถูกปิด