พบหลักฐานใหม่คดียิง “หมวดบอล” ดับคาค่าย ผุดอีกปมขัดแย้งทหารยศจ่า

รองผบ.ตร. เร่งรัดคดียิงหมวดบอลในค่าย พบหลักฐานใหม่ในที่เกิดเหตุ เร่งสืบปมขัดแย้งทหารยศจ่า

(12 ก.พ.64) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศริ รอง ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4  พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ร่วมกับ คณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมด้วย กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมประชุมกับฝ่ายทหาร มี พ.อ.สถาพร บุญชู รอง ผบ.มทบ.210 นครพนม พ.อ.นิรุธ ขุมทอง หัวหน้ากองกำลังพล พ.อ.ทรงศักดิ์ สืมพะรักษ์ หัวหน้ากองข่าว มทบ. เพื่อเร่งรัดติดตามความคืบหน้าของคดีฆาตกรรมสังหารโหดจ่อยิง ร.ท.รุ่งเฉลิม อายุ 34 ปี  นายทหารหัวหน้าหมวดดุริยางค์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในค่ายทหาร เมื่อคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564  ซึ่งคนร้ายอยู่ระหว่างการหลบหนี 

โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือเร่งรัดเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนขยายผล  รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน เกี่ยวกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยก่อนนี้ มีการเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ เขม่า ดินปืน กับทหารเพื่อนร่วมงาน 23 นาย ในหมวดดุริยางค์ รวมถึงร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ ในรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวป  สีบรอน 100 ทะเบียน คขร 222  สงขลา  ซึ่งผู้ตายขับขี่ ในช่วงเกิดเหตุ แต่ยังไม่พบร่องรอยหลักฐานเชื่อมโยงคนร้าย และยังไม่ทราบชนิดอาวุธปืนที่ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ล่าสุด แนวทางการสืบสวนสอบสวน ทางตำรวจยังไม่ตัดทิ้ง ประเด็นชู้สาว ยิงผิดตัว รวมถึงความขัดแย้งในการทำงาน แต่จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า ทางตำรวจชุดสืบสวนมีการตรวจพบกล้องวงจรปิด บางจุดในบ้านพักทหารหลังหนึ่ง ใกล้ที่เกิดเหตุ มีการบันทึกภาพชายต้องสงสัยคล้ายคนร้าย 1 คน สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์ สีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน มุ่งหน้าผ่านออกไป ผ่านบ้านพักใกล้ที่เกิดเหตุ อย่างรวดเร็ว ในเวลาไล่เลี่ยช่วงเกิดเหตุ คาดว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ 

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบพบหลักฐานใหม่ เป็นกระป๋องเบียร์ ยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 4 กระป๋อง และซองบุหรี่ จำนวน 1 ซอง อยู่บริเวณพงหญ้า ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 20 เมตร ซึ่งทางตำรวจจะได้นำมาเป็นหลักฐาน ตรวจสอบร่องรอยลายนิวมือแฝง และดีเอ็นเอ ตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเทียบเคียงกับผู้ต้องสงสัย

ส่วนประเด็นสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งแกะรอย คือ ความขัดแย้งส่วนตัวกับ นายทหารยศจ่า นายหนึ่ง ที่เคยมีปัญหาทะเลาะเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับ  ลูกน้องผู้ตาย ที่ทำงานในหมวดดุริยางค์ มทบ.210 นครพนม ด้วยกัน เกี่ยวกับเรื่องหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เข้ามาพัวพัน จนเกิดความขัดแย้ง ระหว่างลูกน้องผู้ตาย จนทำให้ ร.ท.รุ่งเฉลิม อายุ 34 ปี นายทหารหัวหน้าหมวดดุริยางค์ทหาร ผู้ตาย เป็นตัวกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่เรื่องยังไม่จบ ซึ่งอาจจะเป็นชนวนเหตุของความไม่พอใจ

ทั้งนี้ทางตำรวจยังไม่ยืนยัน ต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จนครบทั้งหมด แต่ในประเด็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้บังคับบัญชามีน้ำหนักน้อย เพราะไม่มีการลงโทษทางวินัยขั้นรุนแรง เป็นเพียงการตรวจสอบให้ผู้ตายรายงานชี้แจง เรื่องการใช้จ่ายน้ำมันไปราชการเท่านั้น และไม่มีการเอาผิดร้ายแรง เพียงลงโทษภาคทัณฑ์ เท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาหน่วย  

ด้าน  พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ลงพื้นที่หารือร่วมประชุมกับทุกฝ่าย ทั้งทีม ตำรวจ ทหาร ทีมสืบสวน พนักงานสอบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน ถือว่า คดีคืบหน้าไปมาก กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่ตัดทิ้งทุกประเด็น ทั้งชู้สาว ขัดแย้งส่วนตัว และปัญหาการทำงาน ต้องรอผลการตรวจชันสูตร ทางนิติวิทยาศาสตร์ มาประกอบทุกด้าน  ส่วนประเด็นที่นักข่าวถาม เรื่องหลักฐานในที่เกิดเหตุ พยานหลักฐานทุกอย่าง ทางตำรวจได้รวบรวมไว้ทุกด้าน และมีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ ได้นำมาสอบเรียบร้อย

นอกจากนี้ยังมีประเด็นขัดแย้งกับ นายทหาร หรือเพื่อนร่วมงาน ที่จะเป็นมูลเหตุทุกอย่างได้รวบรวมไว้ทั้งหมด ทางทหารให้ความร่วมมือทุกด้าน ไม่หนักใจ เชื่อว่า เพียงรอสรุปผลการชันสูตร สรุปพยานหลักฐานจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้เร็วที่สุด

ความเห็นถูกปิด