ผลตรวจยันชัด คราบเลือดบนผ้าขาวไม่ใช่ของ “แตงโม” จ่อเอาผิดคนสร้างหลักฐานเท็จ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (11 ก.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม ได้มีการแถลงข่าว ผลพิสูจน์หลักฐานผ้าสีขาวคดีแตงโม หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบ 6 ประเด็น จากการส่งหลักฐานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมธรณีวิทยา จากการสรุปจากสอบสวนพบว่า

คราบเลือดตรงกับพันธุกรรมของชาติพันธุ์ยูโรเลียนอินเดี้ยน ยืนยันว่า เป็นคราบเลือด แต่ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่ของน้องแตงโม ผ้าดังกล่าว ไม่ใช่ผืนเดียวกับแตงโม ร่องรอยถูกกรีด ไม่ปรากฎ เส้นผมยืนยันว่าเป็นของผู้ชาย ชาติพันธุ์ยูโรเลียนอินเดี้ยน ดิน ไม่ใช่ดินทรายที่ตรงกับในแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่พบรอยขาดที่ผ้าเหมือนในผ้าของแตงโม โดยพบว่า ภาพแรกที่ถ่ายไม่มีสีขุ่นมัว แต่เมื่อเปิดออกมา มีความขุ่นเหมือนแช่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

พ.ต.ท. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คราบโลหิตจากผ้า เป็นโลหิตของเพศชาย และพบเส้นผมที่ตกอยู่ในผ้า สารพันธุกรรมเข้ากันได้กับเลือดที่อยู่ในผ้า โดยเลือดที่พบไม่ใช่ชาวเอเชียโดยตรง เศษผง เศษโคลนไม่ตรงกับที่ได้ตรวจพิสูจน์ โดยเมื่อดูจากหลักฐานทั้งหมด ไม่พบหลักฐานที่ชี้ไปในทางฆาตกรรม ดีเอสไอ ได้ตรวจสอบหลักฐานทุกอย่าง ไม่ใช่ข้อคิดเห็น แต่มีบุคคลบางกลุ่ม ที่พยายามสร้างพยานหลักฐานขึ้น เช่นกรณีนี้ ผ้าถูกส่งมาจากต่างประเทศ เมื่อตรวจสอบชื่อผู้รับ ก็พบว่าไม่มีในทะเบียนราษฎร เปิดห่อผ้ามาพบว่า ใกล้เคียงกันกับของคุณแตงโม แต่มีสิ่งปะปน พบว่าพยามสร้างคราบเลือดและรอยดินโคลน สำหรับกลุ่มบุคคลที่พยายามเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงมีความผิดตามกฎหมายอยู่ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ แต่ต้องมีที่มาที่ไป ไม่ใช่หลักฐานเลื่อนลอย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าวว่า จากการตรวจสอบ คราบเลือด พบจงใจทำให้เกิดการกระจายตัวของคราบเลือด ไม่ได้เกิดขึ้นจากบาดแผล พยานหลักฐานถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจริง วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกอย่าง

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า การกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหาย การสืบสวนมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจำนวนมาก ใครส่งอะไรมา ต้องพิจารณาว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าทำหลักฐานเท็จขึ้นมา ยันยันว่าจะไม่ปล่อย ดำเนินคดีทุกราย เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนคดี กรรมาธิการ ก็ถือเป็นผู้เสียหาย ควรไปร้องทุกข์กับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายด้วย

พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรม โดยเลือดที่ผ้า ไม่ใช่ของ แตงโม และเส้นผมที่พบก็ไม่ใช่ของคุณแตงโม รวมทั้งแร่ธาตุที่ติดมากับผ้าก็ไม่ใช่แร่ธาตุที่ตรงกับแม่น้ำเจ้าพระยา สิ่งที่นายอัจฉริยะมาร้องนั้น เป็นลักษณะคำร้องที่เลื่อนลอย ไม่มีพยานหลักฐาน มีแต่สิ่งที่เชื่อว่า และคิดเอาเองว่าเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ร้องจะเป็นเรื่องที่ดิสเครดิตเจ้าพนักงานสอบสวน เป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันใดๆ ประเด็นลักษณะดังกล่าว จะทำให้การสอบสวนเกิดปัญหา เพราะไม่มีหลักฐานมายืนยัน โดยเฉพาะการมาร้องทุกข์บุคคลว่าเป็นคนฆาตกรรม ถือเป็นการหมิ่นประมาท กล่าวหาให้รับความเสียหาย สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้

ความเห็นถูกปิด