บุกรวบ “เคนลี” เทคมีเอาท์ ไทยแลนด์ ตุ๋นเงินเหยื่อสูญกว่า 10 ล้าน ประวัติฉ้อโกงโชกโชน

บุกรวบ “เคนลี เทคมีเอาท์” ตุ๋นเงินเหยื่อสูญกว่า 10 ล้าน ประวัติฉ้อโกงโชกโชน หลอกขายแบรนด์เนม บัตรคอนเสิร์ต และอื่นๆ อีกเพียบ

(12 ก.พ.64) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3,พ.ต.อ.เกรียงไกร รับงาม ผกก.1 บก.สอท.3,พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เคทอง ผกก.2 บก.สอท.2 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 และ กก.สส.บก.น.2 จับกุม นายอธิคุณ โชติธนัชปิติ อายุ 25 ปี หรือ เคนลี เทคมีเอาท์ ไทยแลนด์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหาฉ้อโกง เหตุเกิดท้องที่ สน.สุทธิสาร และหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ข้อหา ทุจริต หลอกหลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลความจริง เพื่อเอาทรัพย์สินผู้อื่น และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เหตุเกิดท้องที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมได้ที่บ้านพัก ซอยรังสิตนครนายก 27 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 

เบื้องต้น ชุดจับกุมควบคุมนายอธิคุณ ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดี ต่อมาเมื่อผู้เสียหายกว่า 10 ราย ทราบข่าวได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา โดยมีมูลค่าเสียหายรวมกันกว่า 10 ล้านบาท

โดยเมื่อผู้ต้องหาไปตรวจสอบในโลกออนไลน์ พบว่าเคยเข้าร่วมรายการคู่รักเทคมีเอาท์ ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และรายการรู้ไหมใครโสด ทางช่อง one มีพบประวัติเคยฉ้อโกงมาแล้วหลายคดี โดยผู้เสียหายได้แจ้งเตือนภัยจนขึ้นบัญชีดำว่าเป็นผู้ขายที่ควรระมัดระวัง โดย พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงหลายรูปแบบ เช่น หลอกขายสินค้าแบรนด์เนมแต่ไม่ส่งสินค้าให้ หลอกร่วมลงทุนทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อ โกงเงินค่าบัตรคอนเสิร์ต และมีพฤติกรรมข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย และแบล็กเมล์ผู้เสียหาย เคยตกเป็นข่าวหลังถูกแฟนเก่าออกมาแฉว่ายืมเงินกว่า 70,000 แล้วไม่คืนอีกด้วย

นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ทำธุรกิจค้าขายหน้ากากอนามัย หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลานสาวอายุ 25 ปี ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางรัก รู้จักกับนายอธิคมจากแอปหาคู่ จีบกันอยู่สักพักนายอธิคมอ้างว่าสามารถซื้อไอโฟน 12 ได้ในราคาถูกเครื่องละประมาณ 3 หมื่นบาท มีของแถมจำนวนมาก หลานสาวหลงเชื่อโอนเงินไปให้แต่ไม่ได้ของ พอทวงถามก็อ้างบ่ายเบี่ยงสารพัด อีกทั้งหลอกขอเงินเพิ่มเพื่อเคลียร์บัญชี สูญเงินหลายแสน สุดท้ายหมดข้ออ้างเอาคลิปที่วิดีโอคอลเปลือยของหลานมาแบล็กเมล์จนต้องยอมโอนเงินให้อีกหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท กระทั่งหลานมีอาการผิดสังเกต ตนจึงเค้นสอบถามกระทั่งทราบความจริง จึงพาเข้าแจ้งความ

ความเห็นถูกปิด