นักธุรกิจหญิงถูกร่างทรงหลอก 42 ล้าน อ้างชื่อหลวงพ่อเปิ่น เจ็บใจส่งลูกสาวไปให้เขาทารุณ

นักธุรกิจหญิงถูกร่างทรงอ้างชื่อหลวงพ่อเปิ่น ติดต่อวิญญาณได้ หลอกเงินนาน 6 ปี สูญเงินกว่า 42 ล้าน   

น.ส.กันย์ลภัส อายุ 51 ปี เจ้าของธุรกิจทำหลังคา พร้อมสามี เข้าร้องเรียนกับ นายรณณรงค์ แก้วเพชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นร่างทรงหลอกลงทุนสูญเงินกว่า 42 ล้านบาท

น.ส.กันย์ลภัส กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2559 เพื่อนแนะนำให้รู้จักร่างทรงคนดังกล่าวชื่อ ซิ้ม อายุ 34 ปี และนายเปี๊ยก อายุ 41 ปี สามีของร่างทรง เข้ามาทำทีตีสนิท โดยหญิงที่ชื่อซิ้ม อ้างว่าเป็นร่างทรงของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ สามารถเรียกวิญญาณลูกของตนที่เสียชีวิตมาเข้าร่างได้ เมื่อเริ่มเชื่อใจ ร่างทรงคนดังกล่าว อ้างว่าหลวงพ่อเปิ่นมาเข้าร่าง และแนะนำให้เอาเงินไปลงทุน ซื้อบ้านให้ และให้เปิดโรงงานให้ นอกจากนี้ยังหลอกลงทุนในเรื่องอื่นอีก รวมแล้วกว่า 42 ล้านบาท ในห้วงเวลากว่า 6 ปี โดยทุกครั้งร่างทรงจะบอกไม่ให้ซื้อในชื่อของตน แต่ให้ใส่ชื่อของร่างทรงและสามี เพื่อนของตน 2-3 ราย ก็โดนหลอกตุ๋นเงินหลายล้านบาทแต่ไม่อยากเป็นข่าว เชื่อว่ายังมีคนอื่นถูกหลอกเช่นกัน

กระทั่งเมื่อเดือน 11 พฤศจิกายน 2563 ตนมาทราบว่าถูกหลอกเพราะโทรศัพท์ไปหาทั้ง 2 คน เพื่อสอบถามเรื่องเงินที่ยืมไปลงทุน ขอเงินคืนก่อน 10 ล้านบาท เพราะตนเป็นหนี้เยอะ แต่ร่างทรงที่ชื่อซิ้ม บอกว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกเนื่องจากติด โควิด-19 ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เมื่อตนสอบถามไปที่โรงพยาบาลก็ไม่มีชื่อทั้ง 2 คน  จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.คันนายาว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงมาร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ให้ช่วยเหลือ

ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อมานานนั้น เพราะทุกครั้งที่หลวงพ่อเปิ่นเข้าร่าง ตนจะได้กลิ่นหมากพลูออกมาจากตัวร่างทรง นอกจากนี้ ยังทำให้เห็นเปรตตัวดำข้ามหน้ารถของตน ทำให้เราเชื่อมากถึงต้องเสียเงินเยอะ ทั้งนี้ร่างทรงอ้างว่าตุลาคมที่ผ่านมาจะคืนเงินให้ทั้งหมดแต่ก็หายไป อยากให้จับติดคุก ไม่อยากให้ร่างทรงคนนี้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก  

ด้าน น.ส.นงค์ปภัสสร์ ลูกสาวของผู้เสียหาย กล่าวว่า เคยเตือนแม่แล้วว่าเดี๋ยวก็ถูกหลอก แล้วก็โดนจริงๆ ตนเคยไปอาศัยอยู่กับร่างทรงคนดังกล่าวรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เขาด่าสารพัดบังคับให้ทำงานกรรมกร ถ้าไม่ทำก็ใช้ความรุนแรง กดดันไล่ให้ไปฆ่าตัวตาย 

ขณะที่ ร่างทรงคนดังกล่าว ชี้แจงผ่านโทรศัพท์ ปฏิเสธอ้างว่า ไม่ได้หลอกโกงเงินตามที่ถูกกล่าวหา รายละเอียดให้ทนายชี้แจง ยืนยันมีหลักฐานโอนเงินคืน โดยปฏิเสธตอบคำถามเรื่องหลอกให้ซื้อบ้าน

ทางด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าค่อนข้างที่จะยาก เพราะเรื่องเกิดมานานตั้งแต่ปี 2559 ในเรื่องคดีความการฉ้อโกงมีอายุความแค่ 3 เดือน ต้องตรวจสอบว่าทำไมผู้เสียหายถึงได้หลงเชื่อ เบื้องต้นพบว่ากลุ่มดังกล่าวละเมิดอำนาจศาล เพราะแอบอ้างผู้พิพากษา นายทหาร ตำรวจ ซึ่งเราจะทำเรื่องส่งไปแต่ละหน่วยงาน อยากฝากเตือนประชาชนที่เจอพวกร่างทรงมาหลอกลวงในลักษณะแบบนี้ อย่าได้หลงเชื่อ เพราะไม่มีที่ไหนที่ร่างทรงจะมาหลอกเอาเงินไปทำธุรกิจ

ความเห็นถูกปิด