ถอยขายที่ดินต่างชาติ! ครม. อนุมัติมหาดไทยถอนร่างกฎกระทรวงฉาว

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเมื่อวันอังคาร (8 พ.ย.) ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยถอนร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว

ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว อ้างว่ามีขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค. คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงดังกล่าว และหลังจากการรายงานออกไปสู่สาธารณชนก็เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนัก และมีข้อสงสัยต่างๆ มากมายตามมา 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีการถกเถียงเป็นวงกว้างนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจพิจารณาของและนำไปศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์อย่างรอบด้านของผู้ที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มคนต่างด้าวที่ร่างกฎกระทรวงนี้อ้างว่าต้องการดึงดูดเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 

  1. กลุ่มประชาคมโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง
  2. กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ
  3. กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย
  4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองThaiGovนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

ส่วนจุดประสงค์ของการอนุญาตให้ขายที่ดินแก่คนต่างด้าวนั้น อ้างว่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยมีเนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่ ตาม ม.96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

นอกจากนี้ ร่างกฎกระทรวงยังระบุว่า ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท โดยต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น 

ส่วนการได้มาซึ่งที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวโดยทั่วไป ยังคงเป็นไปตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2545 ที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน 

นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยขอถอนร่างกฎกระทรวง เพื่อนำไปรับฟังความคิดและวิเคราะห์ผลกระทบ และนำไปศึกษาเพิ่มเติมให้มีความรอบคอบ ถี่ถ้วนและครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน รวมไปถึงการฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อพิจารณาถึงผลดีผลเสียที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ร่างกฎกระทรวงเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ความเห็นถูกปิด