“ณเดชน์” เผยแผนขอแต่ง “ญาญ่า” รอแค่เวลาที่ใช่ ดีใจเป็นคู่ที่ทุกคนรอคอย

“ณเดชน์” เผยแผนเตรียมขอแต่ง “ญาญ่า” รอแค่เวลาที่ใช่ ดีใจเป็นคู่ที่หลายๆ ทุกคนรอคอย

พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ หลังอออกมาประกาศกลางรายการ 3 แซ่บ ถึงว่าที่เจ้าสาวคนสวยที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา ซึ่งจากประโยคดังกล่าวนี้เอง ทำให้แฟนๆ กรี๊ดหนักมาก และหลายๆ คนต่างจับตาดูว่าเมื่อไหร่ทั้งสองคนจะมีโมเมนต์ขอแต่งงาน 

ล่าสุด ณเดชน์ ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พร้อมกับพูดคุยถึงละครเรื่อง ลายกินนรี กับบทบาทของ หลวงอินทร์ ที่โดนใจแฟนละครอยู่ตอนนี้

เรื่องราวดีๆ กรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมืองในรายการ 3 แซ่บ ?

“3 แซ่บผมไปทุกรอบ เขาก็ถามจี้เมื่อไหร่ๆ (ยิ้ม) 7-10 ครั้งแล้วมั้งครับ ตั้งแต่ไปรายการ 3 แซ่บ จนวันนั้นไปออกด้วยกัน พี่หนุ่มก็จี้เหลือเกิน ผมก็เลยบอก โอเค ผมยังไม่รู้เมื่อไหร่ ผมก็รู้สึกมั่นใจ น้องนี่แหละ พูดออกไปด้วยความรู้สึกมั่นใจ จริงๆ เราก็ไม่อายที่จะพูดออกไปว่ายังไงก็เป็นเขาอยู่แล้ว  แต่เราก็ไม่ได้ไปเร่งรัดตัวเองหรือบอกเขาไปโดยปริยายว่าเราขอเขานะ ก็ไม่อยากให้เขาคิดเหมือนกันเดี๋ยวเราจะไปกดดันเขาหรือเปล่า เขาก็มองว่าเรากดดันเขา เราก็มองว่าเราจะไปกกดดันเขาหรือเปล่า ผมก็เลยกลับมาคุยกับเขานอกรอบ ไม่ได้อยากจะป่าวประกาศเพื่อให้เป็นกระแสอะไร แต่รู้สึกมั่นใจที่จะพูดแบบนั้นมากกว่า  เธอโอเคมั้ย เขาบอกเขาโอเค ไม่มีปัญหาเลย เขาก็บอกว่าหลังจากนี้เราก็ต้องเหนื่อยตอบคำถามละกันนะ เพราะว่าเราได้พูดอะไรบางอย่างออกไปแล้ว (หัวเราะ) ผมก็บอกไม่เป็นไร เพราะว่าผมแฮปปี้เพราะว่าเราก็พร้อมแล้ว”

ที่กล้าพูดเพราะว่าพิธีกรเป็น พี่หนุ่ม กรรชัย พี่ชมพู่ อารยา และ พี่แอฟ ทักษอร ด้วยหรือเปล่า ?

“ด้วยครับ และรู้สึกว่าเราอยากจะบอกเขาด้วยว่าเราก็กล้าที่จะพูดกับทุกคน มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาเก็บสักเท่าไหร่ แต่ว่าเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันอีกทีนึง”

กลายเป็นเซอร์ไพรส์กันไปหมด ?

“ผมก็เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกันครับ”

พี่หนุ่ม กรรชัย ถึงกับร้องไห้ ?

“พี่หนุ่มบอกแกดีใจ แกเห็นมาแกก็เข้าใจ มาได้ขนาดนี้เขาก็ดีใจ”

แฟนๆ ว่าไงบ้างกับการตอบคำถามของเราในครั้งนี้ ?

“ผมว่าแฟนคลับคู่เขาก็รอได้ยินคำนี้มา ถ้าทำให้เขามีความสุขในอีกวันได้ ผมก็ดีใจในคำตอบของผมที่จะทำให้เขาฟินนาเล่(ยิ้ม) ตามมาตลอด 10 ปี ฉันไม่ผิดหวัง”

ครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายว่าอย่างไรบ้าง ?

“เขาก็แล้วแต่เด็กๆ แม่ผมก็บอกว่าแล้วแต่พร้อมเมื่อไหร่จริงๆ เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าขอให้ดูว่าพร้อมกันทั้งคู่ ขอให้คุยกัน”

ตั้งเป้าความพร้อมของตัวเองไว้ในใจคือจุดไหน ?

“ผมเคยฝันนะว่าอายุ 30 ผมจะแต่งงาน มันจะมีความเป็นเด็ก เดี๋ยวจะมีภาพฝันของตัวเอง โตขึ้นมา 30 จะแต่งงาน จะมีลูก 28 จะแต่ง  ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะมีเป้าหมาย แต่มันไม่จำเป็นเสมอไป ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่มันถึงเวลามันจะรู้สึกเอง ว่าเราพร้อมแล้ว มันจะมีโมเมนต์นั้นขึ้นมา”

โมเมนต์นั้นน่าจะเป็นแบบไหนที่บอกว่าเราพร้อมแต่งแล้ว ?

“มันเป็นความรู้สึกที่รอไม่ไหวแล้ว มันกระวนกระวาย มันรู้สีกว่าเราไปโฟกัสเรื่องนั้นมากกว่าส่วนอื่นๆ ในชีวิตเราแล้ว ไปโฟกัสเรื่องเขามากกว่าส่วนอื่นๆ ในชีวิตเรา อันนี้น่าจะเป็นความรู้สึกมีความพร้อมแล้ว”

ญาญ่าเกร็งมั้ย ต้องแต่งตัวสวยทุกวันเลย ?

“ผมจะไปเที่ยวกับพี่ๆ ที่ต่างจังหวัดเดือนหน้า เขาก็บอกว่าไม่ใช่ทริปนี้ใช่มั้ย เราก็บอกเขาว่าไม่ใช่ (หัวเราะ) ก็จะคุยกันขำๆ มากกว่า ผมรู้ตารางงานของเขา เขาก็คงรู้แหละว่าผมควรจะรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมจริงๆ เพราะเขางานเยอะมาก งานเยอะจริงๆ ทำงานตัวจะแตกแล้ว ไม่รู้เอาเงินเก็บไว้ไหน (ยิ้ม)”

ได้ถามหมากบ้างมั้ยว่าความรู้สึกที่พร้อมมันเป็นยังไง ?

“ผมว่าที่ผมพูดมันอาจเป็นความรู้สึกเดียวกันกับพี่หมากนะ เขาบอกว่ามึงจะรู้เองไอ้แบร์ว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องขอ ต้องเตรียมทุกอย่าง ความยากคือการที่ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไม่ให้เขารู้ก่อน หรือไม่ได้แสดงออกไปจนเขารู้สึกเอ๊ะ”

คิดว่าญาญ่าจะเดาถูกมั้ย ?

“ผมว่าถ้าเขาเดาน่าจะเดาถูก เพราะผมไม่ได้เป็นคนเนียนเท่าไหร่ เวลาโกหกอะไร”

แต่ล่าสุดเขาชมว่าเก็บความลับอยู่ ?

“อ๋อ เหรอฮะ ผมมีพัฒนาการ (ยิ้ม)”

เริ่มมีคิดไว้บางหรือยังว่าถ้าจะขอเขา จะขอประมาณไหน ?

“ผมเป็นคนหลุดโลก โอเวอร์หน่อยๆ ผมก็คิดในแบบที่โอเวอร์ไว้เหมือนกัน และก็คิดสวนทางกับความรู้สึกไว้เหมือนกัน หมายความว่าจากความโอเวอร์เป็นแบบเรียบง่าย อะไรประมาณนี้”

แต่ไปไหนตอนนี้ทุกคนยินดีหมดเลยนะ พร้อมที่จะไปงานแล้ว ?

“ครับ ทุกคนเข้าใจกันหมดแล้วว่าจะมีงาน เจอแม่บ้านที่กองถ่ายวันนั้นก็บอก แต่งงานเมื่อไหร่อย่าลืมชวนป้าไปด้วยนะลูก (หัวเราะ)”

แต่ญาญ่าก็บอกว่ากลัวเราจะกดดัน ?

“ใช่ๆ เขาบอกเสมอว่าไม่ได้กดดันนะ อย่างที่บอกเขาก็รู้ว่าเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะทั้งปีนี้และปีหน้าด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าในเมื่อทุกวันนี้มันมีความสุขกันมากๆ แล้วเราโหยหาที่จะได้เจอกัน ผมว่ามันก็ตอบชัดว่าเรื่องการแต่งงานมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าเทียบกับความรู้สึกที่เรามีให้กัน”

เราน่าจะเป็นคู่ที่หลายๆ คนรอให้มีวันนั้นมากๆ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษสำหรับเราทั้งสองคนไหม ?

“ผมว่าผมก็คงรู้สึกเหมือนกันว่าเราก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ผมกับน้องจริงๆ ก็รู้จักกันมาเยอะ คบกันมานาน ผ่านอะไรกันมาเยอะเหมือนกันกว่าเราจะมาถึงวันนี้กันได้ ผมคิดว่าเราก็ดีใจ และเราก็คิดว่าจะไม่ปล่อยคนนี้ไปแน่ๆ เดี๋ยวถ้าถึงวันนั้นจะบอกนะครับ”

 ญาญ่าบอกว่าขอเคลียร์งานก่อน ?

“ใช่ ผมเองก็เป็นเหมือนกัน ถ้าสมมติขอกันแล้ววันรุ่งขึ้นผมต้องไปทำงาน ผมก็ไม่เอานะ มันต้องว่างจริงๆ”

ช่วงไหนว่างพร้อมกันทั้งคู่ก็ต้องจับตาดูเลย ?

“ใช่ แต่เราก็จะไปเช็คคิวเขาไม่ได้นะ เธอๆ ว่างเมื่อไหร่อะ โป๊ะเลย(ยิ้ม) ฝั่งเราก็เก็บได้ไงแต่ว่าฝั่งเขาไม่ได้ (หัวเราะ)”

เขาเคยพูดไหมว่าถ้าขออยากได้โมเมนต์แบบไหน ?

“ไม่เลยครับ เขาแค่บอกว่าอยากมีงานที่บ้านเขาที่นอร์เวย์ตรงสวนนั้น ที่มีต้นไม้เป็นรูปหัวใจ เขารู้สึกว่าเป็นภาพฝันของเขาที่อยากให้คุณพ่อเดินจูงมือมาส่งตัว แต่ว่านั้นน่าจะเป็นงานฝรั่งงานแบบครอบครัวไปเลย”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนบอกว่างานแต่งณเดชน์ญาญ่าต้องเป็นงานอลังการ งานแต่งแห่งปี ?

“ผมก็เคยคิดเหมือนกันว่า ทำยังไงก็ได้ให้งานเล็กที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้ประหยัดที่สุด แต่เท่าที่คุยกับหลายๆ คนที่ผ่านมา กับรุ่นพี่นักแสดงด้วยกัน ไม่ได้เลยครับ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เป็นผู้ใหญ่ในช่องในวงการ คนที่เคยให้โอกาสเรา กว่าเราจะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็ตามธรรมเนียมไทย เราก็ต้องเรียนเชิญเขามาครับผม ผมว่าก็คงต้องเป็นอย่างนั้น คงมีแค่วันเดียวในชีวิต การที่ได้มีบุคคลเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในงาน ถึงแม้ว่าจะเห็นกันไกลๆ ก็ต้องให้เขามาอยู่ตรงนี้”

แสดงว่าถ้าเลือกได้ก็อยากจะจัดเล็กๆ เรียบง่าย ?

“อันนี้พูดเหมือนมีงานแล้วนะ ยังไม่มีวัน ยังไม่มีอะไร ยังไม่ได้ขอเลย(ยิ้ม) ยังไม่ได้แพลนถึงงานอะไรขนาดนั้นแต่ที่แน่ๆ คือต้องมีที่ไทยต้องเชิญคนโน้นคนนี้มา ซึ่งคุยกับรุ่นพี่หลายคนแล้วเขาบอกว่าไม่มีทาง ถ้าไม่เชิญมีเคือง”

กลายเป็นว่าตอนนี้เราตอบเรื่องแต่งงานมากกว่าหมากอีก ?

“ใช่ครับ แต่ว่าพี่หมากเขาอาจจะโดนงานรุมในช่วงนี้ด้วย เขาเต็มที่แล้วไง เขาแค่รองานของเขา”

ทางคุณแม่มีคุยๆ ทาบทามกันบ้างหรือยัง ?

“ยังครับ มันยังไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นอะ มันยังอยู่ในช่วงที่เราได้พูดเรื่องนี้ไป แต่ถามว่าเมื่อไหร่มันอาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้”

ต้องดูฤกษ์ยามไหม ?

“ก็ต้องดูแหละ เผื่อผิดวันแล้วฝนตกขึ้นมา ไม่ได้เลยนะ”

ตอนนี้เรียกว่าให้แฟนๆ ได้ชุ่มฉ่ำหัวใจ ?

“(พยักหน้า) ครับผม”

ลายกินรี กำลังเข้มข้น ทำให้คาแร็กเตอร์หน้าตึงทั้งเรื่อง ?

“สถานการณ์มันบีบบังคับให้หลวงอินทร์ต้องโมโหนางเอก ต้องโมโหพุดซ้อนเพราะว่าพุดซ้อนต่อล้อต่อเถียงเก่ง เวลาหันไปหาโรแบร์เขาก็ยิ้มหวานกัน เราก็หมั่นไส้ทำไมต้องยิ้มหวานให้พวกฝรั่งขนาดนั้น บวกกัยสถานการณ์ที่ทางวิชาเยนทร์เร่งเล้าให้จับตัวคนไทยมาเป็นผู้ต้องหาในการฆ่ากปิตันฌอง เรื่องราวมันกำลังเดือดมากๆ ก็เลยเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะเครียด สำหรับตัวหลวงอินทร์”

ในเรื่องดูเป็นคนโมโหร้าย ?

“โมโหร้ายเพราะว่าจริงๆ ติดเหล้าด้วยครับ เวลาไม่ได้กินเหล้าแล้วต้องออกไปทำงาน มันรู้สึกหงุดหงิด อะไรขัดหูนิดหน่อยก็ปี๊ดแล้ว ตึงๆ เวลาที่เด็กเล็กๆ มาด่ามาเถียงเราก็รู้สึกว่า อะไรวะ ทำไมมากล้าเถียงขนาดนี้ เราเป็นถึงขุนนางผู้ยิ่งใหญ่”

หลายคนแซวๆ เป็นพระเอกแน่ใช่ไหม ?

“ใช่ครับ ผมก็ยังงงอยู่เลย แต่คิดว่ามันเป็นเหตุผลของตัวละคร ผมว่ามันมีความเป็นไปได้ที่หลวงอินทร์จะเป็นคนแบบนี้”

ต้องร้ายทั้งเรื่องเลยไหม หรือจากนี้จะซอร์ฟละมุนลง ?

“สองอีพีนี้น่าจะเปิดปมเรื่องที่ทำไมหลวงอินทร์ถึงได้เกลียดชังเรือนหมอโหมด ส่วนอีกสองอีพีหลังน่าจะเป็นช่วงเวลาที่หลวงอินทร์รู้ความจริงว่า เกิดอะไรขึ้นกับการที่เมียตัวเองตายไป คือรู้แค่ว่าพ่อของพุดซ้อนมีส่วนเกี่ยวข้องในการที่ทำให้ภรรยาเราเสียชีวิต แต่ความจริงแล้วคือะไร อันนี้พอหลวงอินทร์ได้ทราบ แทบจะเอาหน้ามุดดินหนีเลยเพราะว่า พูดไม่ดีว่าร้ายกับเรือนหมอโหมด กับแม่หญิงพุดซ้อน กับครอบครัวเขาไว้เยอะ มันจะมีจุดเปลี่ยนของตัวละครที่จากหลังมือกลายเป็นหน้ามือเลย เพราะว่าต่อไปเราแทบจะละอายใจที่จะเห็นหน้าแม่หมอพุดซ้อน จะกลายเป็นลูกแมวเวลาเจ็บปวดอะไร ก็ต้องไปขอเขากินขอเขารักษา คือจะกลายเป็นแม่แสร์คนที่สอง เวลาเข้าหาแม่หมอพุดซ้อน”

จะเริ่มมีฉากจิ้นๆ ให้ได้ฟินกันแล้ว ?

“จะเริ่มมีความเป็นห่วงเวลที่เขาอยู่กับอันตราย กลายไปเป็นความหึงหวง ในช่วงเวลาที่เขากับโรแบร์เริ่มจะไปในทิศทางชอบกันอะไรอย่างนั้น แล้วต่อไปก็จะกลายเป็นความรัก และก็ไม่อยากจะเสียเขาไป”

เครียดไหมเวลาเล่นต้องทำหน้าตึงทั้งเรื่อง ?

“เครียดมาก เครียดจริง คือเหนื่อยมาก ไม่คิดเหมือนกันว่าความรู้สึกตอนนั้น จะไปได้ขนาดนี้ เราต้องว่านางเอกตลอดเวลา แต่เราต้องเปลี่ยนวิธีการ การดุด่า เราไม่ได้โทษเขา แต่เราโทษพ่อเขา และทุกครั้งที่เรามองหน้าเขา เราจะเห็นหน้าพ่อเขา เพื่อที่ว่าเมื่อไหร่ที่เรารู้ความจริง ตัวหลวงอินทร์ จะเป็นไปได้ยากมา ที่จะรู้สึกประทับใจ ในความจริงใจ ที่พุดซ้อนอดทนฟังคำด่าเราตลอด”

ติดคาแรคเตอร์กลับบ้านบ้างไหม ?

“ผมนอนไม่ค่อยหลับนะ แต่ผมมีความสุขที่ได้ไปกองละคร ผมมีความสุขที่เราได้ทำงานกับ พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ผมว่าเขาเป็นผู้กำกับที่มีเสน่ห์มากๆ และก็มีโอกาสให้เราได้พูดคุยกับผู้กำกับ ในการทำการบ้าน ให้เราได้เห็นมุมมองของตัวละคร”

นอนไม่หลับกังวลเรื่องอะไร ?

“ผมว่าน่าจะเป็นความเครียดสะสมกับตัวละครตัวนี้ มันก็มีติดนะ เพราะเราอยู่กับมัน 2 ปีกว่า พอมีช่วงพักไปถ่าย มนต์รักหนองผักกะแยง ก็รู้สึกว่าเรากลับมาเป็นมนุษย์อีกแล้ว (หัวเราะ) แต่พอต้องกลับไปเป็นหลวงอินทร์ เราก็พอรู้วิธีการแล้ว ว่าเราต้องเป็นตัวละคร บ้าๆ บอๆ โหดร้าย มองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ เราแค่ต้องสบถออกมา ต้องโวยวาย ดึงมีดดาบมาฟัน ผมบิ้วแบบนั้น อยู่ตัวคนเดียว ต้องมีโซนของตัวเอง ไม่สุงสิงกับใคร ปกติไม่เป็นคนโวยวายเลยครับ เล่นละครเรื่องนี้โครตเปลี่ยนตัวเองเลย”

แต่คนชมว่าเล่นได้ดี ?

“เกลียดผม ด่านางเอก เป็นบ้าอะไร แต่เขามีเหตุผลของเขา หลายคนก็งง ว่าจะไปรักกันได้ยังไง ผมก็ยังงง แต่มันมีเหตุปัจจัย ทำให้ได้รักกัน”

ชีวิตจริง มีหลุดบ้างไหม ?

“ชีวิตจริงหลุดเพราะ อาตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ บ้างแหละ เวลาอาแกเล่นด้นสดของแก ผมก็จะกลั้นขำไม่ไหว ทั้งพี่นิวด้วย แต่เวลาทะเลาะกัน เราทะเลาะกันจริงๆ อาจเป็นความเก็บกดของทั้งคู่ (หัวเราะ) ที่ใช้ชีวิตเป็นแฟนกัน แล้วทะเลาะกัน ไม่เป็นไร เรื่องอื่นเราเก็บไว้ เดี๋ยวเรามาใส่กันในละครดีกว่า หรือเปล่าไม่รู้ คือเล่นไม่แคร์ศักดิ์ศรีเราเลย เราก็มีมุมโจ๊ะๆของเราอยู่  ขายหน้า เรารู้สึกเสียหน้า รู้สึกแพ้ มุมของหลวงอินทร์ ที่มีฟิวเหมือนมนุษย์ลุง ติดเหล้า เสียหน้าเด็ก”

เรื่องนี้เราลงทุนผอมมาก ?

“อาจเป็นเพราะทรงผมด้วยมั้งครับ มันเปิด แล้วเป็นคนหน้าเล็กอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คุมอาหาร ก็ปล่อยตัว ก็ไม่ได้ตั้งใจ คือเรื่องนี้แบบไม่ได้แคร์หุ่นเลยเพราะคิดว่าเขาเป็นคนแบบติดเหล้า ดื่มเหล้าทุกวัน ไม่ค่อยได้กินข้าว คิดว่าเขาคงไม่ได้ห่วงความรู้สึก ทิ้งตัว ไม่ได้ตั้งใจผอม”

เห็นฟีดแบ็กไหม ที่เขาบอกว่าเราเล่นใหญ่ได้ใจมาก ?

 “เห็นครับ ตัวขุนอินทร์ถ้าเราพูดถึงละคร พีเรียตในยุคอยุธยาสมัยก่อน จากบทนิยายหรือบทประพันธ์อะไรก็ตาม เขาจะมีแบบฟอร์มของพระเอกในยุคสมัยนั้นๆ ความเป็นคนสุขุมหรือความเป็นผู้ดีในวัง แต่ผมมองในยุคสมัยที่ทาสก็คือทาส เราคือขุนนางที่อยู่ในวัง แล้วพ่อเราถ้าไม่เสียไปก่อน พ่อก็คือมือขวาขององค์ขุนหลวงเลย เราเลยคิดว่าคนอย่างเราโดนหมอเชลยศักดิ์ทำร้ายภรรยาขนาดนั้น จากที่บุคคลธรรมดาโดนทำร้ายจิตใจขนาดนั้น เปลี่ยนมาเป็นคนแบบนี้ไม่ผิดเลย กับการที่เขาจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องเชื่อใครอีกแล้ว เพราะว่าเขาเคยเชื่อคนอื่น ทำให้เขาต้องเสียภรรยาไป มันเลยทำให้เขาเป็นคนที่โมโหร้าย  ไม่ฟังใครทั้งสิ้น”

เรื่องนี้จิ้นกับ นิว ชัยพล ?

 “ผมชอบมากเลยนะครับ เห็นมีคนตัดวิดีโอโมเมนต์ผมกับพี่นิวเขาบอกว่าโรซี่กับอินดี้น่ารักดี“

รู้สึกแปลกไหมเป็นคู่จิ้นแบบวายๆ ?

“จริงๆ แล้วมันมีซีนที่ไปกินเหล้ากันที่บ้านโรแบร์ พี่อ๊อฟบอกว่าอยากให้โรแบร์พูดถึงเรื่องสวาทกับคุณอินทร์หน่อยเพราะว่าโรแบร์บอกว่าฉันจะจีบพุฒซ้อนแล้วนะ เธอจะว่าอะไรหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ว่าอะไรจะจีบก็จีบไป ส่วนเขาก็พูดขึ้นว่าหรือท่านเป็นพวกชอบเล่นสวาท พูดแบบนี้มาพี่อ๊อฟเขาก็อยากจะให้เล่นแบบว่า หรือจะอยากลองดีไหมล่ะเราก็เลยมีโมเมนต์ระหว่างโรแบร์กับหลวงอินทร์ให้เห็น เหมือนจะเข้ามาแกล้งกันขำๆ”

ซึ่งเข้าฉากกับโรแบร์เยอะมาก ?

“เดี๋ยวจะมีพาร์ทที่เข้าไปหาโรแบร์บ่อยขึ้น ไม่รู้ว่าติดใจอะไ รแต่ต่อไปจะเริ่มทำงานด้วยกัน ด้วยความจริงใจกันมากขึ้น มีงอนกันด้วยเขาจะไปโน่นแต่เราไม่ไป เขาก็บอกว่าเธอไม่ไปฉันไปเองก็ได้ เราเลยงอนเขาสะบัดหน้าหนี”

ญาญ่าว่ายังไงบ้าง เห็นเราเล่นบทแบบนี้ ?

“ขอบอกว่าผมเป็นไบโพล่าร์ เพราะเวลาคัดแล้ว ผมก็อยากที่จะไปเล่นกับคนอื่นบ้าง เวลาญาญ่าเขาอยู่กับอาตุ๋ยตุ๋ยอยู่กับพี่นิวในเรื่อง เราจะเป็นคนที่เสียงดังโวยวายอยู่ตลอด เวลาพอคัตปุ๊บ เขาก็จะไม่ค่อยอยากที่จะมายุ่งมากวนสมาธิเรา แต่เราก็อยากที่จะไปเล่นกับเขา เราก็ขำ เขาก็จะมองว่าเป็นอะไรอยู่ดีๆ ก็มาขำ ไม่ได้รู้เรื่องกับเขาแต่ยังมาขำอยู่เลย พอเริ่มจะถ่ายทีมงานบอกให้เตรียมตัว ผมก็จะโวยวายของผมเหมือนเรียกลุงอินทร์กลับมา ดึงดาบออกมาชี้ฟ้าโวยวายอยู่คนเดียว เขาก็บอกว่าเป็นไบโพล่าร์แน่ๆ เลย (หัวเราะ) ”

แสดงว่าอยู่ในกองจะไม่ค่อยยุ่งกับใครเลย ?

“ไม่ค่อยยุ่งครับ ใช้พลังเยอะ และนี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้น้ำหนักไม่พุ่ง ละครเรื่องนี้เป็นการถ่ายที่นานที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ผมทำงานมา และเป็นความโชคดีที่สุด เพราะว่าเราอยู่กับหลวงอินทร์นานมาก จนเรารู้หมดเลยว่าหลวงอินทร์เขาเป็นคนอย่างไร เราเข้าใจเขาหมดเลย พี่อ๊อฟบอกเสมอว่าถ้าเกิดทำการบ้านดีอ่านบทเยอะๆ เห็นตัวละครเยอะๆ เราจะทำหน้าที่ในการเป็นตัวละครได้ดีกว่าผู้กำกับ เปิดกล้องมาพี่อ๊อฟก็มีความต้องการแล้วว่าเขาต้องการตัวละครประมาณนี้ แต่เมื่อไหร่ที่เราเล่นไปเรื่อยๆ เราจะเป็นคนนำตัวละครมาสู่เรื่องเอง โดยที่ผู้กำกับจะเป็นผู้เฝ้าดูความมากน้อยของฟิล์มมากกว่า เลยทำให้รู้สึกว่าทำงานกับพี่อ๊อฟเราจะไม่ตั้งใจไม่ได้แล้ว”

พี่อ๊อฟชมไหม ?

“พี่อ๊อฟเป็นคนพูดน้อย อะไรที่ดีเขาก็บอกดีแล้ว แต่เขาบอกว่า เมื่อเด็กณเดชน์ก็ณเดชน์เถอะ ถ้าเจออ๊อฟพงษ์พัฒน์ไม่มีทางได้เกิดหรอก เขาบอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์ด้านการแสดงเลย(หัวเราะ) บางซีนที่เศร้าหรือเสียใจในเรื่องเครียดกัน เขาก็จะเดินมาตดบ้าง มาเล่นตลกบ้าง แกจะมีมุมผ่อนคลายของแก”

เป็นหลวงอินทร์แบบที่พี่อ๊อฟต้องการหรือเปล่า ?

“ผมไม่แน่ใจนะ แต่ทุกครั้งที่ผมคัทปุ๊บ ผมก็ไปถามว่าโอเคไหม เขาก็บอกว่าโอเค เพราะเขาก็บอกว่าอยากลบก่อนลูกอยากเตะก็เตะ อยากเดินก็เดิน อยากทำอะไรก็ทำ คุณเป็นตัวละครผมบอกคุณไม่ได้หรอก ว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง งั้นก็ให้ผมแล้วกันนะครับตัวนี้”

ส่วนใหญ่พี่อ๊อฟเน้นย้ำอะไรที่สุดในคาแร็กเตอร์นี้ ?

“เขาแค่พูดถึงเรื่องความแค้นที่มีต่อหมอโหมด มันต้องมีอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกตรงนี้มันต้องไม่หายไป  ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีอะไรแบกอยู่กับตัวละคร ให้แก่นนี้มันเป็นจิตใต้สำนึกของเรา ถึงแม้จะมีเรื่องบ้านเมืองเข้ามา เรื่องไอ้จั่น เรื่องฝรั่งเศส เรื่องความแค้นก็จะต้องไม่หายไป ต้องแบกปมนี้เอาไว้”

การทำงานกับพี่อ๊อฟจะต้องปรับตัวขนาดไหน ?

“ต้องรู้จักพยุงคนแก่ขึ้นบันไดครับ (หัวเราะ) เพราะว่าต้องดูแลคนแก่ครับ อันนี้สำคัญที่สุด แกเดินเก่งมาก เดินมาหน้าเซตตลอด ไม่ได้ย่อท้อต่อความลำบากเลย แกเต็มที่มาก ไม่คิดว่าแกจะให้พวกเรามากขนาดนี้ ดีใจครับที่ได้ทำงานกับแก เพราะผมเคยทำงานกับพี่อ๊อฟในภาพยนตร์เรื่อง นาคี 2 พอได้มาเล่นละครก็ดีใจที่ได้ทำงานกับแก ถ้าไม่ใช่พี่อ๊อฟผมก็ไม่รู้ว่าจะสนุกแบบนี้หรือเปล่า”

คาดหวังไหม ?

“ไม่คาดหวังครับ เพราะงานผมจบไปตั้งแต่ปิดกล้องแล้ว ตอนนี้ผมถ่ายเรื่องใหม่กับ พี่อ้อม พิยดา พี่อ๊อฟบอกว่าจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่คนดู พี่ชอบแบบนี้ แต่คนดูอาจจะไม่ได้ชอบเหมือนที่พี่ชอบก็ได้”

แล้วตัวณเดชน์เองชอบหรือเปล่า ?

“ผมได้ยินหลายๆ คนด่าผมแล้ว ผมเริ่มรู้สึกว่าผมแฮปปี้กับผลลัพธ์ที่ออกมาแล้วครับ เพราะหลายคนบอกว่าทำไมใจร้ายขนาดนี้ ทำไมไปด่าเขาแบบนี้ ถ้างั้นช่วงนี้ผมไม่เดินตลาดแล้วกันนะครับ เพราะผมไม่รู้ว่าเขาจะแถมแตงกวา แถมมะละกอมาหรือเปล่า”

เป็นเรื่องแรกที่เล่นแล้วโดนด่าใช่ไหม ?

“จะว่าอย่างนั้นก็ถูกนะครับ เหมือนเราเป็นตัวอิจฉาที่ทำร้ายนางเอก เหมือนคุณแม่ที่เอาลูกบุญธรรมมาเลี้ยง แล้วก็กดใช้ ก็จะมีคนเกลียดนอกจอเยอะ เริ่มเข้าใจฟีลตัวร้ายแล้วครับ”

ความรู้สึกต่างไหมฟีดแบ็กดี แต่มีคนด่าเยอะ ?

“มันก็คงต้องเป็นแบบนี้แหละ(หัวเราะ) ในช่วงนี้นะ แต่หลังจากนี้ตัวละครหลวงอินทร์จะค่อยๆ เปลี่ยนนิสัย”

ตัวจริงเป็นแฟนกัน แต่พอมาเล่นในเรื่องต้องเกลียดกัน ใส่ความเกลียดยังไงให้มองหน้าญาญ่าแล้วกล้าด่าเขา ?

“ผมมองหน้าเขาและเห็นเป็นหน้าพ่อเขาคือ พี่โอ อนุชิต ต้องเอาความรู้สึกนี้มาเล่น ผมว่าหลวงอินทร์ไม่ได้มองหน้าพุดซ้อนแล้วเกลียดพุดซ้อน แต่หลวงอินทร์มองหน้าพุดซ้อน แล้วมองเห็นหน้าผู้ชายที่ทำให้เมียเราตาย คือพ่อของผู้หญิงคนนี้ เรารับไม่ได้ที่จะมาบ้านหลังนี้ มาคลุกคลีกับผู้หญิงคนนี้ เพราะความจริงเป็นอย่างไรเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย ผู้ชายคนนี้พาเมียเราหายไปไหนก็ไม่รู้ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รู้แค่ว่าเมียเราตายแล้ว อันนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราเกลียดเขาได้ และอีกอย่างคือเราพยายามที่จะไม่เล่นว่าเราเกลียดเขา

ตลอดเวลาเราพยายามที่จะเล่นให้ทำอย่างไรก็ได้ เวลาทะเลาะกับพุดซ้อน มันต้องมีมุมทั้งตลกและหมั่นไส้ผู้หญิงคนนี้ มันเขี้ยว อยากจะเขกกบาล ทำอย่างไรก็ได้ให้รู้สึกว่าไม่ใช่เล่นด้วยความเกลียดอย่างเดียว แต่มันคือต้องการเอาชนะเด็กผู้หญิงคนนี้ ที่ต่อปากต่อคำเหลือเกิน แล้วยังจะมีโมเมนต์แม่เราให้พายเรือไปส่งเขา มันก็จะมีโมเมนต์ที่เขารู้สึกชนะ ผมก็ต้องเป็นไอ้ลูกหมาที่ยอมแพ้ ต้องบาลานซ์ความรู้สึกของคนดูว่ ามันไม่ได้มีแต่ความโกรธแค้น แต่มันมีพ่อแง่แม่งอนเข้ามาด้วย”

ชีวิตจริงไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงฟาดฟันกันขนาดนี้ใช่ไหม ?

“ไม่เคยครับ เพราะตอนไปทำกฐินที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พระอาจารย์บังคับให้ผมปลูกต้องพะยอมครับ (หัวเราะ) หลังจากนั้นมา ก็ต้องยอมตลอดเวลา น่าจะสัก 4 ปีที่แล้วก่อนโควิด แค่พูดเล่นเฉยๆ  แต่พระอาจารย์ก็จะชอบแซวว่าให้ปลูกต้องพะยอม แต่เราก็ปลูกด้วยกันนะครับ มีอะไรจะได้ยอมๆ กัน

นึกว่าโดนวางยาตั้งแต่ตอนนั้น ?

“ไม่แน่เหมือนกันครับ (หัวเราะ) ”

แล้วมีไหมที่ญาญ่าหมั่นไส้เราในเรื่องแล้วเอามาเล่นจริงไหม ?

“มีครับ เวลาเราเล่นดึงเขาเคาะหัวเขาหรือด่าเขา เขาก็จะมีทำกลับคืนมาในแบบที่เราเซอร์ไพรส์เหมือนกัน เหมือนเราแรงไปเขาก็แรงกลับ เพราะหลังๆ เขาเริ่มไม่ยอมเราแล้ว เพราะในความรู้สึกเขามันชักจะมากไปแล้ว”

น้องเคยถามไหมว่าพี่โกรธอะไรหนู และมาใช้ละครบังหน้าหรือเปล่า ?

“ไม่มีครับ

ตอนเราด่าเขาเป็นแค่ในละครใช่ไหม ไม่ได้เอาชีวิตจริงมาใส่ด้วย ?

“ไม่มีครับ ถึงแม้ต้องการก็ตาม พูดเล่นๆ (ยิ้ม)”

ฝากละคร ลายกินรี ?

“หลังจากนี้ไปจะเห็นพัฒนาการของตัวละคร ทุกๆ ตัวเลยครับ ทั้งเรื่องของความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นทางบ้าน ของยายจวง ไอ้จั่น มาดามคารา และอีเอี๊ยง หรือว่าตัวผมกับแม่หมอพุดซ้อน โรแบร์กับพุดซ้อน และก็ฝั่งฝรั่งเศสและฝั่งในวัง เจ้าจอมกินรี เดี๋ยวมันจะค่อยๆ มีตัวกลางเพิ่มมาอีก เพื่อที่ตัวกลางตัวนี้และเป็นตัวกลางที่ดึงทุกคนที่รู้จักตอนนี้เข้ามาหากันอีกทีหนึ่ง แล้วมันจะค่อยๆ และกลายเป็นระเบิดตู้มขึ้นมา แล้วจะทำให้รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า อีก 4 EP ข้างหน้าจะมีตัวกลางออกมาอีก 3-4 ตัว”

ตอนนี้เดากันยังไม่ถูกใช่ไหม ?

“ตอนนี้เดากันไปเถอะครับ เพราะมันน่าสงสัยหมดเลย แม้แต่มาดามคาราก็ตาม เพราะเขาเป็นคนที่ถูกกระทำมากที่สุด แต่จริงๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ มันอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่บงการทุกอย่าง หรือจะเป็นไอ้จั่นก็ได้ เพราะไอ้จั่นก็แค้นมากๆ แต่ตอนนี้เรายังจับไอ้จั่นไม่ได้ แต่วันนี้จะรู้ว่าทำไมตำรวจวังไม่จับไอจั่นสักที”

ความเห็นถูกปิด